trat





































Website สำนักบริหารงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 
ศูนย์รวมแหล่งเรียนรู้  และองค์ความรู้ 
ธนาคารความรู้ กศน.  และเครือข่าย 

 สถานีวิทยุศึกษา
สพฐ.เขต1 สระแก้ว


Admin Only
สำหรับ web master ผู้ดูแล website เข้าไปแก้ไข ส่วนต่างๆ ของ website นี้
วิธีการใช้งาน




Warning: fread() [function.fread]: Length parameter must be greater than 0 in C:\AppServ\www\trat\left.php on line 90

ท่านเป็นผู้เข้าชม
ลำดับที่:


หัวข้อที่ 3: กฎระเบียบ> เรื่องที่ 2

 

วินัยและการรักษาวินัย


วินัยและการรักษาวินัย ของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

            พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547    ได้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย  และมีผลบังคับใช้
เมื่อวันที่
22 ธันวาคม พ.ศ.2547 โดยได้บัญญัติความหมายไว้ว่า 
                “ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งพระราชบัญญัตินี้ให้รับราชการ          โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนในกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง
การท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

                “ข้าราชการครู”  หมายความว่า   ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของ
ผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาของรัฐ

                “บุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า    ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่
ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการการเรียนการสอน การนิเทศ การบริหารการศึกษา และปฏิบัติงานอื่นใน
หน่วยงานการศึกษา
                    โดยความสำคัญตาม พ.ร.บ.  ที่เกี่ยวข้องกับวินัยและการรักษาวินัย ของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ได้บัญญัติ
ไว้ใน หมวด 6 วินัยและการรักษาวินัย มีรายละเอียด ดังนี้
หมวด 6 วินัยและการรักษาวินัย
              มาตรา 82    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด
อยู่เสมอ

              มาตรา 83    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองเช่นว่านั้น

             มาตรา 84     ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา   ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม
มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่
   รักษาประโยชน์ของทางราชการ และต้องปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ
วิชาชีพอย่างเคร่งครัด

                                   ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการของตน      ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม
หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น  การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ
   เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับ
ประโยชน์ที่มิควรได้  เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
   เป็นความผิดวินัยอย่างร้างแรง
             มาตรา 85    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย  ระเบียบแบบแผนของ
ทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี  หรือนโยบายของรัฐบาลโดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิด
ความเสียหายแก่ทางราชการ
  การปฏิบัติหน้าที่ราชการ       โดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ และ
หน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อหรือขาดการเอาใจใส่     ระมัด ระวังรักษาประโยชน์
ของทางราชการ
     อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
            
มาตรา 86     ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วย     กฎหมาย และระเบียบของทางราชการ    โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น จะทำให้เสียหายแก่ราชการ    หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการจะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน     เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นก็ได้และเมื่อเสนอความเห็นแล้ว  ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตาม  การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
            
มาตรา 87    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องตรงต่อเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน จะละทิ้งหรือ
ทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรมิได้
  การละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  เป็นเหตุให้
เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือการละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน          โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือ โดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
            
มาตรา 88  ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน  สังคม   มีความสุภาพเรียบร้อย     รักษาความสามัคคี   ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียน  และระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ   ต้อนรับ   ให้ความสะดวก   
ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เรียนและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
  การกลั่นแกล้ง  ดูหมิ่น  เหยียดหยาม  กดขี่  หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชน
ผู้มาติดต่อราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

             มาตรา 89   ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง
                               การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

              มาตรา 90       ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ต้องไม่กระทำการ หรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาประโยชน์  อันอาจ
ทำให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

                               การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำโดยมีความมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือให้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรง
ตำแหน่งหรือวิทยฐานะใด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
    หรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการให้ หรือได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิประโยชน์อื่น  เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบ หรือเสื่อมเสียความเที่ยงธรรม   เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
              มาตรา 91  ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบ   หรือนำเอาผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือจ้าง วาน ใช้ผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการ    เพื่อไปใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง  การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้นการฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
                               ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา   ที่ร่วมดำเนินการคัดลอกหรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทำผลงานทางวิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่      เพื่อให้ผู้อื่นนำผลงานนั้นไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
              มาตรา 92         ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ   หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
             มาตรา 93  ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ และในการปฏิบัติการอื่น
ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน     โดยต้องไม่อาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการของตนแสดงการฝักใฝ่  ส่งเสริม  เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หรือพรรคการเมืองใด

                               ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา   ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริต        
โดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา
   สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่น  หรือการเลือกตั้ง ที่มีลักษณะเป็นการ
ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยรวมทั้ง จะต้องไม่ให้การส่งเสริม  สนับสนุน  หรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการในลักษณะ
เดียวกัน
    การดำเนินการที่ฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
                มาตรา 94      ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา   ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่
ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใดๆ
   อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
                               การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก  โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษ
ที่หนักกว่าจำคุก         เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด  ที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  หรือกระทำการอื่นใดอันใดชื่อว่า 
เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

                               ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา   ที่เสพยาเสพติดหรือสนับสนุน ให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดเล่นการพนันเป็นอาจิณ
หรือกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

              มาตรา 95      ให้ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เสริมสร้าง และพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา  มีวินัย ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย   และดำเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา  ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย
                              การเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย    ให้กระทำโดยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี  การฝึกอบรม  การสร้างขวัญและกำลังใจ  การจูงใจ หรือการอื่นใด  ในอันที่จะเสริมสร้างและพัฒนาเจตคติ  จิตสำนึก  และพฤติกรรมของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา  ให้เป็นไปในทางที่มีวินัย
                              การป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา กระทำผิดวินัย   ให้กระทำโดยการเอาใจใส่ สังเกตการณ์  และขจัดเหตุที่อาจก่อให้
เกิดการกระทำผิดวินัย   ในเรื่องอันอยู่ในวิสัย ที่จะดำเนินการป้องกันตามควรแก่กรณีได้

                               เมื่อปรากฏว่า  มีมูลที่ควรกล่าวหาว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดกระทำผิดวินัยโดยมีพยานหลักฐานใน
เบื้องต้นอยู่แล้ว   ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยทันที

                              เมื่อมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้กล่าวหาหรือกรณีเป็นที่สงสัยว่า ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดกระทำผิดวินัย โดยยังไม่มีพยานหลักฐาน        ให้ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่า   ผู้นั้นกระทำผิดวินัยหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจึงจะยุติเรื่องได้  ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูล ที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยก็ให้ดำเนินการทางวินัยทันที
                               การดำเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยให้ดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 7
                               ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรานี้และตามหมวด  หรือมีพฤติกรรมปกป้อง  ช่วยเหลือ   เพื่อมิให้ผู้อยู่
ใต้บังคับบัญชาถูกลงโทษทางวินัย หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยไม่สุจริตให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย

              มาตรา 96    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติทางวินัย ตามที่บัญญัติไว้ใน
หมวดนี้   ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย จักต้องได้รับโทษทางวินัยเว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด
7
                               โทษทางวินัยมี 5 สถาน คือ
                                     (1) ภาคทัณฑ์
                                     (2) ตัดเงินเดือน
                                     (3) ลดขั้นเงินเดือน
                                     (4) ปลดออก
                                     (5) ไล่ออก
                               ผู้ใดถูกลงโทษปลดออก       ให้ผู้นั้น มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่า เป็นผู้ลาออกจากราชการ
              มาตรา 97    การลงโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ทำเป็นคำสั่ง วิธีการออกคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษ ให้เป็น
ไปตามระเบียบของ ก.ค.ศ.   ผู้สั่งลงโทษต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิดและมิให้เป็นไปโดยพยาบาท โดยอคติ หรือโดยโทสะจริต   หรือลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิด ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่า ผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษเช่นนั้น

                 การดำเนินการทางวินัยตาม พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547   ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547      ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2547 ได้กำหนดให้การดำเนินการทางวินัย และการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง  โดยเมื่อรายงาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาแล้ว ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ   ยกเว้นบางกรณีเท่านั้น ที่จะต้องรายงานมายัง ก.ค.ศ. ได้แก่           กรณีที่มีการแต่งตั้ง
คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว ทั้งผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และคณะกรรมการสอบสวน เห็นว่าเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง หรือไม่ต้องถึงออกจากราชการ
    โดยสั่งยุติเรื่องหรือลงโทษด้วยอำนาจของตนเอง หรือมิใช่เป็นการสั่งการตามมติ กรณีดังกล่าว กฎหมายบัญญัติให้ต้องรายงาน ก.ค.ศ. เพื่อตรวจสอบ
                  กรณีการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  ที่มีการกระทำผิดสามารถจำแนกและยกตัวอย่างได้ดังนี้
                                1.  ประพฤติไม่เหมาะสม/ ประพฤติชั่ว เช่น
    ทำร้ายร่างกาย  ชู้สาว   กู้ยืมเงินไม่ชำระตามกำหนด   ใช้วาจาไม่สุภาพ   
เล่นการพนัน  ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาความดีความชอบ  การเรียกรับเงินจากผู้ปกครองนักเรียน
เพื่อรับเข้าเรียน      การนำสื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสืบพันธุ์มาแสดงให้นักเรียนดู    เก็บเงินค่าเรียนอินเตอร์เน็ต     การเก็บเงิน
ค่าเรียนภาษาต่างประเทศ  ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม

                           2.  ไม่ปฏิบัติตนตามระเบียบของทางราชการ เช่น  
การลงโทษนักเรียน  การเงินของโรงเรียน   การเรียกเงินจากนักเรียน  
การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

                
3.  ละทิ้ง / ทอดทิ้งหน้าที่ราชการ เช่น  การขาดราชการ 
                          
4.  ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา

                สำหรับกรณีวินัยร้ายแรง เช่น  กระทำอนาจารนักเรียนหญิง         
การดำเนินการทางวินัยและการลงโทษ
                  ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
                  (1) การดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง
                        ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
                              1.รับเรื่องร้องเรียน เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง
                              2. ร่วมเป็นคณะกรรมการสืบสวน/อบสวนวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด
                              3. ตรวจสอบสำนวนการสืบสวน สอบสวน พยานหลักฐานและเสนอความเห็นเพื่อให้มีการพิจารณาลงโทษทางวินัย
หรือให้ความเห็นในระดับโทษทางวินัยที่ผู้บังคับบัญชา
สั่งลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง
                              4. ประสานกับหน่วยงานหรือเขตพื้นที่การศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัยในกรณีข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัยร่วมกัน

                              5. ให้คำปรึกษาแนะนำ อบรมและพัฒนาผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการ                       ดำเนินการทางวินัย
                              6. จัดทำสรุปรวบรวมเอกสารหลักฐานการดำเนินการทางวินัยไม่ร้ายแรง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เสนอต่อองค์คณะบุคคลผู้มีอำนาจพิจารณา หรือหน่วยงานบังคับบัญชา

                               7. ดำเนินการออกคำสั่งลงโทษตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
                  (2) การดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรง
                        ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
                               1. รับเรื่องร้องเรียนและสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาถูกกล่าวหาว่า
กระทำผิดวินัย

                              2. ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเมื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วปรากฏกรณีมีมูล การกระทำ
ผิดวินัยอย่างร้ายแรง

                              3. ร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวนและพิจารณา
                              4. ตรวจสอบสำนวนการสอบสวนพิจารณาพยานหลักฐานและเสนอความเห็นเพื่อให้มีการพิจารณาสั่งลงโทษทางวินัย
หรือให้ความเห็นในระดับโทษทางวินัยที่ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง

                              5. ประสานงานกับหน่วยงานหรือเขตพื้นที่การศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัยกรณีข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษากระทำผิดร่วมกัน
                              6. จัดทำสรุปรวบรวมเอกสารหลักฐานการดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเสนอ องค์คณะผู้มีอำนาจพิจารณาหรือหน่วยงานบังคับบัญชา
                              7. ดำเนินการออกคำสั่งลงโทษตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
                    (3)  การสั่งพักราชการ สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
                       
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
                             1. เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและมีสาเหตุให้สั่งพักราชการไว้ก่อน
                             2. เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและมีสาเหตุให้ออกจากราชการไว้ก่อน  
                    (4)  การรายงานการดำเนินการทางวินัยและการลงโทษ
                       
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
                             1. ผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนจัดทำรายงานผลการดำเนินการเมื่อมีการดำเนินการทางวินัยและการลงโทษทางวินัย
ไม่ร้ายแรงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเสนอให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายพิจารณา

                            2. จัดทำรายงานผลการดำเนินการดำเนินการเมื่อมีการดำเนินการทางวินัยและการลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง 
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เสนอให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายพิจารณา


เนื้อหาปัจจุบันที่ท่านกำลังอ่าน คือ เรื่องที่ 2 ชื่อ file:topic3_2.htm
อ่านเรื่องอื่นๆ ...[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

.
-->

งานสารสนเทศสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดตราด
เลขที่ 347 หมู่ 9 ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด 23000
โทร 0 3951 8091 โทรสาร 0 3951 8092
http://trat.nfe.go.th/
ติดต่อมาได้ที่
 

พัฒนา ระบบ Web โดย สุธี วรประดิษฐ
Update ข้อมูลโดย สุธี วรประดิษฐ เมื่อ